Profil de meemi--|| ღ•●[B]e m[E]●•ღ ||-...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
30 novembre ชีวิตที่ยุ่งเหยิง*สัปดาห์ ที่ผ่านมา
เรื่องเยอะเหลือเกิน
ตั้งแต่ที่เริ่มป่วย กะทั่งหายป่วย
จนถึงงตอนนี้ เมื่อไหร่ มันจะสิ้นสุดสักทีนะ
เหนื่อยเหรอเกิน
เช้าวันนี้ คงเปนวันแรกที่ น้ำตายังไม่ไหลออกมา
ทำไมมันต้องเกินขึ้นกะกุด้วย
ทั้งที่หลายอย่าง กำลังไปได้สวย
ใครกันนะที่แอบอิดฉาเรา
แล้วแกล้งให้เราเปนแบบนี้
อยากเห็นเราเศร้า อยากเห็นเราเสียใจ อยากเห็นเราร้องไห้
สนุกมากเลยเนอะ
พอใจรึยังละทีนี้
สองเดือนจากนี้ไป
ก้อต้องใช้ชีวิตอยุคนเดียวอีกครั้ง
ต้องคอยขีดปฏิทินอีกแล้วเหรอ
ถ้ามันเกินสองเดือนละ
ชั้นรอได้ แม้ตลอดไปก้อตาม
ชั้นจะรอ โดยที่คำตอบ มันอยุในการรอนั่นแหละ
ขอบคุณ ป๊า กะ ม๊า
ขอบคุณที่เข้าใจ
ขอบคุณที่อยุข้างกัน
ที่เปนกำลังใจให้ นอกจากกำลังใจแล้ว ก้อ กำลังตังค์ ด้วย
เกรงใจ แต่ ก้อรับไว้ อิอิ
ขอบคุณทุกกำลังใจในเฟสบุ๊ค
ขอบคุณเพื่อน
ขอบคุณ ท่านหัวหน้าใหญ่ ที่ให้ลา
--------------------------------------------------------
เข้มแข็งนะ เข้มแข็ง
เด๋วทุกอย่างจะดีขึ้น
และยิ้มได้เหมือนเดิม
กลับมายืนข้างชั้น กอดชั้น
รักเทอทุกวันนะคะคนดี
9 novembre ที่แห่งนี้หายไปจากเปซ
แต่ก้อวน วน เวียน เวียน อยุ
ทำงาน ทำงาน และ ทำงาน
แต่เวลาส่วนใหญ่ของการทำงาน
กุนั่งเล่น เกมส์ เอฟบีนะคะ
ตอนแรก ก้อว่าจะลองเล่นดูเฉยๆ
ทำไม กุ ถึงติดได้วะนี่
ว๊ากกกกกก
แย่แร้น
แลปทอป ทิ้งไว้ที่ออฟฟิตตลอดเวลา
เพราะที่บ้านไม่มีเน็ต
อยากมาทำงานทุกวันเลยยยยยย
จะได้เล่นเกมส์
คริ คริ
เพื่อนๆ หายไปไหนกันหมดก่าไม่รุ
มาเยี่ยมเปซกันมั่งนะ
คิดถึงเว้ยยยยย
ปล. แอบคิดถึงอิออย แล้วจะไปหาเนอะ 17 octobre แอ่วเหนือจาก กทม
มุ่งตรงสู่ เจียงใหม่
ไม่ได้ไปนานแระ งง งง
เข้าเมืองไปที่พักไงดีวะ คิดไว้ว่าจะนั่งรถแดง
หันไปเจอ แท๊กซี่ เข้าเมือง ร้อยยี่สิบบาท เลยวิ่งเข้าใส่เลย
ถูกได้อีก นึกถึงบ้านเกิดตัวเองเลย แพงได้อีก
ถึงโรงแรม แหม แหม น่ารักดี
เอาของเก็บ ไปดอยสุเทพดีก่า
อืม มอ ไซ นี่ แหละ ดีสุดแระ ไปได้ทุกที่
แวะกินข้าวซอยเอาแรงก่อน แถว มช
ไหว้ครูบา ก่อนขึ้นดอย
อีกนิดเดียวจะถึงวัด เนินมันสูงเกิน รถขึ้นไม่ไหว ดับซะงั้น
แต่ก้อถึงวัดโดยสวัสดิภาพ
นักท่องเที่ยวเยอะมาก
พระธาตุ ยังซ่อมอยุ แอบเซง ตอนไปญี่ปุ่น ไปกี่วัด ก้อซ่อม
ที่ไทยก้อซ่อมกะเค้าด้วย ฮ่าย
ไหว้พระเส็ด ฝนก้อ โปรยปราย เล็กน้อย
หมอกลอยมา พร้อมลมหนาว พอได้อารม หนาวหน่อย
ออกจากวัด
หา iberry ของพี่โน๊สจนเจอ
น่ารักมากมาย ถ่าย ถ่าย รูป
อร่อยๆ มากกกกกกกกกกเลย ไอติม มะไฟ
อิ่มพอดี
ไปต่อที่ประตูท่าแพ
ได้แต่ของกิน ถ้าเปนมะก่อนคงได้ของติดมือมาเยอะ
ครานี้ ไม่ได้อะไรเลยอะ แปลก ตัวเอง
เดินเกือบสาม ชั่วยาม กลับโรงแรมดีก่า
พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ไป ปาย
แอบตื่นสายด้วย
กินข้าวเช้าก่อนที่โรงแรม ประหยัด
เดินลากกระเป๋า ไปขึ้นรถแดง ไปอาเขต
อยากนั่งรถบัสไป ได้รมณ์ แต่เต็มอะ
มีที่ แต่ไม่ได้นั่งด้วยกัน เลย ไม่เอาอะ เลยนั่งรถตู้ไปแทน ดีมากเลย ไม่เมารถ
ถึงปาย เกือบเที่ยง
เอาของเก็บที่พัก เราพักที่ ปายในฝัน
ริมน้ำปาย ข้ามสะพานไม้ไผ่ไป
เช่ามอ ไซ ท่องเมืองปาย
แวะ coffee in love มันก้อไม่ได้อร่อยหรอก แค่วิวดี
ตอนไปไม่มีคน โชคดีมาก ได้ถ่ายรูป เต็มที่
ตามด้วยกองแลน สะพานสงครามโลก
มีความสุขได้อีก
19 septembre ณ ญี่ปุ่น*เนื่องจากราคาตั๋วอันแสนถูก
วันแรกที่ออกเดินทางก้อลุ้นๆ ว่าจะได้ไปรึป่าว
เพราะ ใครใคร ก้ออยากไปญี่ปุ่น
ไฟท์ล้นเหลือเกิน แต่บุญยังมีเหลืออยุบ้าง
ญี่ปุ่น ของกุ เลยอยุแค่เอื้อมใน 6 ชม
ถึงสนามบินนาริตะ ประมาณแปดโมง
หลง หลง อยุ แป๊ป หาทางไปแลกตั๋วรถไฟไม่ถูก
ติดอยุเกือบ ชั่วโมง
เวลา เกือบหมดไปแระ
นั่งรถไฟจากสนามบินไปที่พัก อีก ครึ่ง ชม
ที่ที่จะไปเลยต้องเปลี่ยนแผน
เที่ยวรอบๆ โตเกียว ก่อนแระกัน
ไปตามวัด ที่โบราณ แถวๆนั้น
อาหารมื้อแรก ก้อ ดูรูป กด หยอดเหร๊ยญเอา
เพราะไม่มีปัญญาจะสั่ง
วันที่สอง นิกโก้
แยกจากชาวคณะไปเที่ยวนิกโก้ ตื่นแต่เช้า เพราะไกลใช้ได้
นั่งรถไฟประมาณ สอง ชม
ถึงสถานี แวะซื้อข้าวกล่องกันตาย อร่อย และ ถูก
ณ นิกโก้ฝนตกใส่อีก ร่มก้อไม่เอาไป เสียค่าร่มไป 500 เยน คันเล็กมากๆ
เที่ยว เที่ยว เที่ยว
หมดตัวกะค่าวัด ฝนตกเลยเสียเวลาไปที่อื่น ไม่เปนไปตามแผนอีกแระ
กว่าจะถึงโตเกียวก้อเกือบทุ่ม ไปไหนดีละ
งง อยุแป๊ป เดินไปมา ก้อไปออกย่านกินซ่า ถ่ายรูปคู่กะนาฬิกา บนปกโคนันล่าสุดอะ
เดินจนเกือบหมดลมตาย กว่าจะหาร้านข้าวได้
ในที่สุดก้อเจอร้านข้าวแบบหยอดเหรียญ เย้ รอดตายอีกมื้อ
วันที่สาม ฮากอนเน่ คามาคุระ
ทริปนี้ นั่งรถไกลประมาณ 2 ชม
คราวนี้ไปกันครบทั้งคณะ
จาก ikebukuro ทีพัก สู่ odawara ผ่าน Yogohama
นั่งไฟสถานีแรก แป๊ก ค๊าบ นั่งรถผิด ไปไม่ถึง แถม วกไปที่สถานีเดิมอีก
ตั้งสติใหม่ เย้ ในที่สุดก้อถึงที่หมาย แม้จะช้ากว่ากำหนด แต่ก้อถึง
ตอนนั่งรถแอบมองเห็นฟูจิ อยุ ไกล ไกล ดีใจมากมาย
โชคดีเหลือเกินที่อากาศดี
จากรถไฟฟ้า เราต่อกันด้วยรถไฟสายคลาสสิก ตามด้วย เคเบิ้ลคาร์ กระเช้าไฟฟ้า และเรือโจรสลัด
จิงๆ อยากขึ้นฟูจินะ แต่เวลาไม่อำนวยเท่าไหร่ เลยได้แต่มองไกลๆ แต่ก้อชัดเจนมาก
ได้กินไข่ดำที่ต้มจากน้ำจากภุเขาไฟ เหมือนบ้านเรานั่นแหละ แต่นี่เค้าต้มให้ ขายเปนถุง
นั่งเรื่อรอบทะเลสาป ร้อนมาก เลยนั่งหลับ ไม่ค่อยได้ดูไรมาก
จากฮากอนเน่ ไปคามาคุระ ที่มีพระใหญ่
สวยเหลือเกิน เมืองเค้าก้องาม
ไปถึงก้อค่ำแระ ต้องนั่งรถเมล์ไปด้วย กว่าจะหาสายเจอ เมื่อยมือได้อีก
ระหว่างทางมีงานบุญเหมือนบ้านเราด้วย โคมไฟสวยดี
พระใหญ่อลังการมาก งามงดจิงๆ
กลับถึงโตเกียว แวะชมย่านไทม์สแควร์ มีคนไปนั่งจีบกันเยอะมาก
ว่าอิเนียนไปนั่งกะเค้าด้วยแระ แต่บรรยากาศไม่เห็นดีเลย แถมคนเยอะ ไม่ไหวอะ
กลับถึงบ้านดึกอีกแระ
วันที่สี่ ห้า เกียวโต ฮิเมจิ โอซาก้า
แหกตาตื่นไปขึ้นรถไฟชินกังเซ็นที่จองที่ไว้ ไปยังเกียวโต
ภายใน 3 ชม ถึงที่หมาย ซื้อตั๋วรถเมล์ หนึ่งวัน ที่สถานี
แล้วก้อเดินหาที่พักหนึ่งคืน เปนเมืองที่น่าอยุ คนไม่เยอะ สงบดี
ไปไหนก้อสะดวก รถเมล์ เข้าถึงทุกที่ เหมือนเดิม หมดตัวกะค่าวัด
คิดตังค์ กุทุกที่เลยอะ อย่างแพงด้วย แหม ไปถึงแล้ว ไม่เข้าก้อไม่ได้อีก
วัดเงิน วัดทอง วัดน้ำใส ปราสาทนิโจ วัดบางวัดก้อปรับปรุงอยุ เลยไม่ได้เข้าไป เซง
จิงๆ ต้องไปดูเกอิชา ด้วย แต่เหนื่อยเกินไป หลับก่อนเลยไม่ได้ไป น่าเสียดาย
รุ่งเช้ามุ่งหน้าไปฮิเมจิ
มีเวลาน้อย แค่ สาม ชม เท่านั้น ถึงก้อ แม่งฝนตกอีกแระ
กว่าจะเดินไปถึง ก้อ ครึ่ง ชม
ปราสาทฮิเมจิ คือที่หมาย ใหญ่มาก สวย
มีหกชั้น กุเดินขาจะหักแระ เดินมาราธอนมาหลายวัน
รีบเดิน รีบชม เพราะ จองที่นั่งรถไฟไปโอซาก้าไว้
เกือบไม่ทันรถแนะ
เมืองโอซาก้านี่ ผิดหวังมากสกปรกกว่าที่อื่นเลย
มีพวกคนจรจัดด้วย รึกุเดินละเอียดไปไม่รุ
ที่เที่ยวไม่ค่อยมีไรมาก ได้กินปูยักษ์ด้วย อร่อยมาก
ปราสาทโอซาก้าอลังการ แต่มันถูกเผาอะ เค้าทำใหม่ข้างในเลยเหมือนมิวเซียวมากกว่า
นั่งรถไฟอีกครังจากโอซาก้า กลับโตเกียวถึง ห้าทุ่ม เพื่อนรอไปแจ้งความคนหายกันแระ กุขอโทษละกัน อิอิ
วันที่หก
เก็บตกโตเกียว พระราชวังอิมพีเรียล เมืองโอไดบะ ชินจูกุ อาราจูกุ ปิดที่ ชิบูย่า
เพราะต้องพสกะตั้วไปข้ามถนน ตอนคนเยอะๆ
ถึงห้องดึกอีกแระ จัดของใส่กระเป๋า เตรียมกลับบ้าน
วันที่เจ็ด
ตื่นสายได้ เพราะคงไม่ได้เก็บตกไรมาก
เที่ยวแถวย่านที่พัก ซื้อของนิดหน่อย
กินข้าว และ รีบกลับไปเอาของที่ที่พัก
อิเหรียญ หยิบเอาตั๋วรถมาฝาก กุเลยเก็บไว้ที่เดียวกุ
กระเป๋าเยอะมากแต่ละคนยังกะมากันเปนเดือน ของพวกมันนะ ของกุงบน้อย ไม่มีของเลย
ถึงสถานีอีกเจ็ดนาทีรถออก เอาตั๋ว ออกจากกระเป๋า ซวยแระ มีตั๋ว แค่ของกุกะตั้ว
ทำไงดีว่ะ รถจะออกแล้วด้วย ซวยอย่างแรง หาเท่าไหร่ก้อไม่เจอ
เครียด กดดัน อีกสามนาทีรถออกแระ วิ่งไปขอความช่วยเหลือ แม่งคิวยาวอีก พูดอิ๊งค์ ไม่ได้
กุวิ่งไปจะซื้อตั๋วใหม่แระ แม่ง ชนคนญี่ปุ่นด้วย เจ็บชิบ
ซื้อตั๋ว ก้อคงไม่ทัน แน่ คิวยาวอีก
มาถึง อิเหรียญนึกได้เลยเปิดกระเป๋าสรุปตั๋ว ยังอยุกะมัน แล้วมันเอาตั๋วไรมาฝากกุละ
รุนะว่าไม่ทันรถ เพราะมันออกตรงเวลามาก แต่ก้อยังคงวิ่งขึ้นไป ยังไม่ถึงชานชาลา
ก็ได้ยินเสียงรถออกไปแล้ว เอาไงดีละ เพราะของกุกะตั้ว ไม่มีปัญหา เปลี่ยนได้ทุกเมื่อ
แต่อิเหร๊ยญ นี่สิ ลำบากหน่อยตั๋วแพงซะด้วย
ก้อไปถามพนักงานว่าช่วยได้รึป่าว เมื่อยมือมาก สุดท้าย เค้าว่าได้ แต่ต้องยืน เออ ดีกว่าเสียตังค์
หนีตามกาลิเลโอ มากมาก
ทริปนี้ หมดไปประมาณ สี่ หมื่นห้า รวมทุกอย่าง
จากนี้ไปก้อทำงานใช้หนี้
----------------------------------------------------------
ยาวหน่อยนะ
ไม่ละเอียดเท่าไหร่
แต่อยากให้จบทริป ที่ไป เด๋วขี้เกียจอัพ ใช้เวลาอัพทั้งหมด ห้า ชม
คิดถึงเพื่อนนะ
ดูรูปไปแระกัน
เอาบรรยากาศมาฝาก
2 septembre มาย เจแปน*ได้มาแร้นฮ้า
วีซ่าไปญี่ปุ่น ของกุ
เกือบจะลม ก่อนที่จะรุผล
เพราะสถานทูตเลื่อนเวลานัดฟังผลออกไป
เฮ้อ
ในที่สุด--ก้อผ่านจนได้
ทำงานมาก้อเหนื่อย แสน เหนื่อย สักครั้งในปีนี้ ที่ได้เที่ยวเมืองนอกกะเค้ามั่ง
ทำไมไม่รุ
รุสึกเหมือนตังค์หายไปเยอะ
ทั้งๆที่ยังไม่ได้ไป
แบบว่า แค่คิด ก้อหมดแล้ว ประมาณนั้น
ฮ่าย
เดือนนี้ ต้องกินน้อยๆเลย
อดอยากเพื่อไปเที่ยว
โชคดีหน่อยที่เดือนนี้ ตังค์ออกเร็ว
--------------------------------------------
คิดถึงทุกคนค๊าเพื่อนๆ
อยากได้ไร ขอเบี้ยด้วยตะ
กุไปแบบ จน จน นิ 25 août ให้ความหวัง *โดยปกติแล้ว
คนแต่ละคนมีความหวังในการใช้ชีวิต
ที่แตกต่างกันไป
หวังให้งานสำเร็จ
หวังที่จะได้ไปเที่ยว
หวังที่จะมีแฟน
หลังจากที่มีแฟน คงไม่พ้นหวังที่จะได้แต่งงาน ((ก่อนตาย))
ความหวังที่เกิดขึ้น
มีทั้งที่เราสร้างขึ้นมา รึ ประมาณยุตัวเองให้มีความหวัง
อย่างที่สองคือคนอื่นมาให้ความหวัง
ยิ่งถ้าตั้งความหวังไว้สูงเท่าไหร่
แล้วมันไม่เปนดั่งหวัง
คงคล้าย คล้าย กับ เราตกจากตึกสูง
หวังน้อย ก้อ เจ็บน้อย
หวังมากหน่อย ก้อเจ็บมากหน่อย
ถ้าหวังขั้นสูงสุด ก้อ เหมือนตกจากตึกร้อยชั้น อันนี้ อาจตายได้
--------------------------------------------
จิง จิง
แล้วกุก้อเปนคนที่ไม่ค่อยได้ตั้งความหวังอะไรมากเท่าไหร่
60% นี่ ถือว่ามากแล้วนะสำหรับกุ
แต่ถ้ามีคนมาพูดจาให้ความหวัง มันก้อคงไม่แปลก ที่มันจะเพิ่มขึ้นมา
เพราะมันเหมือนกับการให้กำลังใจ
พอได้กลับมาอยุคนเดียว ความหวังก้อลดลงไปเท่าเดิม
เหตุผลคือ อยุคนเดียว แล้งจะคิดหลายอย่างได้ โดยไม่มีแรงผลักดัน จากคนอื่น
---------------------------------------------
"ชั้นอยากให้เทออยุข้างชั้น เปนกำลังใจให้ชั้น"
"ชั้นอยากให้เทอเปนแม่ของลูก"
มันเปนอะไรที่ฟังดูดีเนอะ
แล้วทำให้คิด เคลิ้ม ไปไกล
ดีใจที่เทอพูดมันออกมา
แอบมีความหวัง
แต่ ลึกลึก แล้ว กุ ก้อ มีความเจียมตัว อยุมั้ง หละ ที่จะไม่คิดไปไกล กลัวเจ็บ กลัวตาย
-----------------------------------------------
ระวัง
อย่าให้ความหวัง
มานำทางชีวิตมากเกินไปนะคะ
เราควรอยุได้ด้วยตัวเราเอง เดินนำหน้าความหวัง สัก สอง สามก้าว
------------------------------------------------
คิดถึงเพื่อน เพื่อน
อยากเมา อยากดิ้น
ตับเปนรู ยังไม่เจียม
16 août เรื่องเก่าๆ ซ้ำๆ*มันคงไม่แปลกหรอกใช่ไหม
ที่เราชอบหันกลับไปหาอดีต
และจมอยุกับมันสักพัก
ทั้งทั้งที่ บางครั้งมันก้อไม่ได้น่าจดจำอะไรมากมาย
ว่างเกินไปรึป่าว
คงจะเปนอย่างนั้นมั้ง
จิงๆทุกอย่างมันก้อจบลงไปแล้ว
การคิดย้อนเพื่อให้ตัวเองเจ็บเล่นๆ
นี่มันเปนไรที่ออกจะดูโง่ไปหน่อย
แต่ก้อยอมเจ็บ เจ็บสักพัก
แล้วไง
พอเริ่มคลาย ก้อกลับไปคิดอีก
ตลกดีเนอะ
ดูไป ดูมา
มันก้อเหมือนวงจรนึงของชีวิตไปแล้ว
เฮ้อ
อ่านไป คิดไป เจ็บไป แล้ว จิตก้อหลุด
ถ้าสิบปีผ่านไปแล้ว
เรายังสามารถมองภาพนั้นชัดอีกรึป่าว
นี่ขนาดผ่านมาแล้วหลายปีดีดัก
สำหรับเรา
ภาพยังชัดมากเลย
รึบางครั้ง เวลาไม่ได้ช่วยอะไรเลย
รึเราได้แต่หลอกตัวเองอยุทุกวัน ว่าเวลาช่วยเราได้
แล้วเราก้อเอาคำนี้ ไปปลอบเพื่อนเราอีก
เหมือนกับที่คนอื่นๆเค้าทำกัน
------------------------------------------
วันนี้ ขณะนี้ ตอนนี้
เรามีความสุข เราก้อควรจะเก็บเอาเวลาที่ดี ไว้ให้มากที่สุดดีกว่า
อดีต กลับไปดูได้บางครั้งอย่าจมกะมันมาก
ใช้ชีวิตอยุกะวันนี้
กะคนรักของเราวันนี้
ชีวิต ก้อจะ สุข สุดยอด
-------------------------------------------
เพื่อนคะ
กุจะได้กลับไปแร้นคะ เย้ เย้
คิดถึง นะเว้ย
แต่ม่ายเบี้ยโทร คริ คริ
|
|||||||||||
|
|